Demo Image

ข่าวล่าสุดและบล็อก

การเดินทางช่วยให้เราเข้าใจความหมายของชีวิตและช่วยให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น ทุกการเดินทางเราจะมองโลกด้วยสายตาใหม่

คำอธิบาย


หลบหนีจากความวุ่นวายในเมืองกรุงเทพฯ ไปสัมผัสฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามในจิ่วจ้ายโกว ดินแดนแห่งเทพนิยายที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ โรงแรมสุดหรู และอาหารเลิศรส ร่วมเดินทางสู่ความสุขที่แท้จริงในเวลา 4 วัน

 

บทนำ: ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่จิ่วจ้ายโกว


ในช่วงเดือนกันยายน อากาศเย็นสบายพัดผ่านเมืองต่างๆ กลิ่นหอมของดอกโมกขะจายฟุ้งกระจายในเมือง ขณะที่ท้องนานอกเมืองเต็มไปด้วยผลไม้สุกงอม ท้องฟ้าสีครามสดใสประดับด้วยก้อนเมฆสีขาวลอยละล่อง บนเส้นทางร่มรื่นที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ใบเขียวขจี ใบไม้สีเหลืองที่ร่วงหล่นลงมาเป็นจุดเด่นสะดุดตา ฤดูใบไม้ร่วงคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามเช้าที่ปกคลุมด้วยหมอกหนา ค่อยๆ แต่งแต้มสีเหลืองทองให้กับกิ่งไม้บางส่วน ลมใบไม้ร่วงพัดแรง สายน้ำไหลยาว และกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงเริ่มเข้มข้นขึ้นทุกวัน


หากพูดถึงสถานที่ชมใบไม้ร่วงที่สวยที่สุดในโลก หนึ่งในนั้นต้องยกให้กับหุบเขาและร่องเขาบนที่ราบสูงทางตะวันตกของมณฑลเสฉวน โดยเฉพาะจิ่วจ้ายโกว ดินแดนแห่งเทพนิยายที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วงอันน่าทึ่ง หลีกเลี่ยงฝูงชนในช่วงพีคของฤดูใบไม้ร่วง แล้วเลือกเดินทางในช่วงต้นฤดูที่ยังคงความงามแบบเงียบสงบ เยี่ยมชมดินแดนลับแห่งนี้ พบกับหมู่บ้านโบราณที่ถูกลืม และพักผ่อนในที่พักอันเงียบสงบท่ามกลางขุนเขา เพื่อสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แสนผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความสุข

0105d1200084583yd5DEC_W_671_0_Q90

วันที่ 1: จากกรุงเทพฯ สู่จิ่วจ้ายโกว – โรงแรมจิ่วจ้าย ลู่เนิง ฮิลตัน รีสอร์ท


กำหนดการวันที่ 1


    • 07:40 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ (ท่ารถตู้หรือสถานีขนส่งหมอชิต) โดยรถบัสท่องเที่ยวไปยังจิ่วจ้ายโกว ราคาตั๋วประมาณ 2,500 บาท (แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยวเพื่อความสะดวก) การเดินทางใช้เวลาประมาณ 2 วัน เนื่องจากระยะทางไกลและอาจมีการจราจรติดขัด รวมถึงพักค้างคืนระหว่างทาง

    • 18:30 ถึงโรงแรมจิ่วจ้าย ลู่เนิง ฮิลตัน รีสอร์ท หลังจากเปลี่ยนไปนั่งแท็กซี่จากจุดจอดรถบัส (ประมาณ 10 นาที) และเช็คอินเข้าที่พัก

    • 18:50 รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ที่ห้องอาหาร “開” (Kai) ซึ่งเป็นห้องอาหารตลอดวันของโรงแรม

เคล็ดลับการท่องเที่ยว


  • จิ่วจ้ายโกว
      • ที่ตั้ง: เขตปกครองตนเองชนเผ่าทิเบตและเชียง อำเภอจิ่วจ้ายโกว ถนนสาย 301 มณฑลเสฉวน

      • เวลาเปิด: 08:00-17:00 (เข้าได้ช้าสุด 12:00 น.) ตลอดทั้งปี

      • ราคาตั๋ว:
          • ฤดูท่องเที่ยว (1 เม.ย. - 15 พ.ย.): ผู้ใหญ่ 169 หยวน/คน, รถ觀光 90 หยวน/คน

          • ฤดูนอกฤดูกาล (16 พ.ย. - 31 มี.ค.): ผู้ใหญ่ 80 หยวน/คน, รถ觀光 80 หยวน/คน
        010011200084589n168D9_W_671_0_Q90

    • การเดินทาง:
        • เครื่องบิน: สนามบินจิ่วไห่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ, ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้ และเมืองอื่นๆ หลังจากลงเครื่องสามารถนั่งรถบัสไปจิ่วจ้ายโกวได้ (45 หยวน/เที่ยว, 80 หยวน/ไป-กลับ, ใช้เวลา 1.5 ชม.)

      • รถยนต์ส่วนตัว: จากกรุงเทพฯ ผ่านเส้นทางยาวข้ามประเทศ (แนะนำให้เช่ารถที่จีน)

 

วันที่ 2: โรงแรมจิ่วจ้าย ลู่เนิง ฮิลตัน รีสอร์ท – อุทยานจิ่วจ้ายโกว


กำหนดการวันที่ 2


    • 08:00 รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร “開” (Kai)

    • 08:30 ออกเดินทางจากโรงแรมไปยังอุทยานจิ่วจ้ายโกว (ใช้เวลา 15 นาที)

    • 08:45 เริ่มทัวร์ด้วยรถ觀光ตามลำดับ: ปากทางจิ่วจ้ายโกว – ศูนย์บริการโน่ร์รี朗 – ทะเลสาบฉาง – สระน้ำห้าสี – น้ำตกโน่ร์รี朗 – ทะเลสาบแรด – ทะเลสาบห้าดอก – หาดมุก – ทะเลสาบกระจก – กลับสู่ปากทาง

    • 17:30 เดินทางกลับโรงแรมด้วยรถของโรงแรม

    • 18:30 รับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหาร “麥” (Mai)” ลิ้มรสหม้อไฟหยวนหยางอันร้อนแรง

ความงามแห่งจิ่วจ้ายโกว


เช้าวันที่สองเริ่มต้นด้วยหมอกบางเบาคลุมภูเขา หลังจากนั่งรถเพียง 15 นาทีจากโรงแรมถึงปากทางอุทยาน อากาศบริสุทธิ์พัดผ่านหน้าต่างรถเข้ามาในห้องโดยสาร กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าปะปนอยู่ในสายลม ขณะที่รถ觀光เคลื่อนตัวไปตามถนนเลียบเขา ผ่านทะเลสาบสีฟ้าครามที่เปล่งประกายราวอัญมณี ทะเลสาบกก (Reed Sea) ที่มีกกไหวสะบัดตามลมราวกับนักเต้นระบำนั้นช่างงดงามเกินบรรยาย


เส้นทางท่องเที่ยวแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักจากศูนย์บริการโน่ร์รี朗: เส้นทางหนึ่งไปยังทะเลสาบฉางและสระน้ำห้าสี อีกเส้นทางหนึ่งผ่านน้ำตกโน่ร์รี朗และทะเลสาบห้าดอก เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบาย แนะนำให้เริ่มจากทะเลสาบฉางที่อยู่สูงสุดก่อน แล้วค่อยกลับลงมา (หมายเหตุ: หลัง 15:00 น. จะไม่มีรถไปทะเลสาบห้าดอก ควรปรับแผนตามเวลา)


    • ทะเลสาบฉาง (Chang Hai): ทะเลสาบลึกและยาว 4 กิโลเมตรที่มีน้ำสีน้ำเงินเข้ม ล้อมรอบด้วยภูเขาหิมะที่ไม่ละลายตลอดปี รูปทรงคล้ายน้ำเต้า (葫蘆) อันน่าพิศวง

    • สระน้ำห้าสี (Five-Color Pond): สระน้ำเล็กที่สวยงามด้วยสีสันหลากหลายจากพืชใต้น้ำ เงียบสงบและบริสุทธิ์ราวกับภาพวาด

    • ทะเลสาบห้าดอก (Five-Flower Lake): จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวที่มีน้ำใสราวคริสตัล สะท้อนสีสันของป่าไม้และท้องฟ้า
0103l120008458ecgBDAC_W_671_0_Q90

วันที่ 3: โรงแรม – หุบเขาจงฉา – ทะเลสาบกานไห่จื่อ


กำหนดการวันที่ 3


    • 09:00 อาหารเช้าที่ “開” (Kai)

    • 09:30-11:00 เดินชมโรงแรม สวนริมทะเลสาบ และถ่ายรูป

    • 12:00 อาหารเที่ยงที่ “麥” (Mai)”

    • 14:00-15:00 เที่ยวหุบเขาจงฉา

    • 15:30-16:30 เที่ยวทะเลสาบกานไห่จื่อ

    • 17:00 ดื่มชายามบ่ายที่โซนวิลล่า

    • 18:00 รับประทานอาหารค่ำสไตล์ยุโรปสำหรับครอบครัวที่วิลล่า

หุบเขาจงฉา: สวรรค์ที่ซ่อนเร้น


หุบเขาจงฉา (Zhongcha Valley) ห่างจากจิ่วจ้ายโกวเพียง 15 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านทิเบตโบราณที่เงียบสงบ มีทุ่งหญ้าสีเขียว หิมะขาวบนยอดเขา และฝูงวัวที่กระจายอยู่ทั่วท้องทุ่ง บ้านไม้ที่เรียงรายและธงมนต์หลากสีที่โบกสะบัดทำให้ที่นี่เหมือนดินแดนในฝัน


ทะเลสาบกานไห่จื่อ: สถานที่แห่งรัก


ทะเลสาบกานไห่จื่อ (Gan Haizi) หรือ “ทะเลหญ้าแห่งรัก” เป็นทุ่งหญ้าสูงที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก ล้อมรอบด้วยหุบเขาและป่าไม้ มีจุดถ่ายรูปสวยงาม เช่น เส้นทางเจ็ดสีและเจดีย์ทิเบต

0105d120008458g8yADA6_W_671_0_Q90

วันที่ 4: กลับสู่กรุงเทพฯ


กำหนดการวันที่ 4


    • 09:00 อาหารเช้าที่ “開” (Kai)

    • 10:00-12:00 พักผ่อนในห้องพัก

    • 13:00 อาหารเที่ยงที่ “麥” (Mai)” ลิ้มรสไก่หอมทิเบตในหม้อหิน

    • 17:00 เดินทางไปสนามบินจิ่วไห่ (1.5 ชม.)

  • 22:00 ถึงกรุงเทพฯ

 

สรุป


ทริป 4 วันจากกรุงเทพฯ สู่จิ่วจ้ายโกวคือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ความสะดวกสบายจากโรงแรมจิ่วจ้าย ลู่เนิง ฮิลตัน และความสงบของหุบเขาจงฉาและกานไห่จื่อ เป็นประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การสัมผัสสักครั้งในชีวิต


ป้ายกำกับ